รวบ 2 กะเทยแสบตีซี้หนุ่มจีนขายบริการริมหาดพัทยา ก่อนรูดทรัพย์สูญเกือบแสน

 เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 31 ส.ค. พ.ต.ท.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผกก.สภ.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ ช่วยราชการหัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี หรือ ศปอช.ภ.จว.ชลบรี พร้อมกำลังตำรวจใต้บังคับบัญชา ร่วมกันจับกุม 2 คู่หู สาวประเภทสองคือ นายชยารัตน์ มัตติโก หรือแพท อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 181 หมู่ 6 ต.ทุ่งโฮ้ง อ.เมือง จ.แพร่ กับ นายอิทธิพล ศรีจุมพล หรือมอส อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46 หมู่ 4 ต.ตูมใต้ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยาข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ พร้อมของกลางภาพจากกล้องวงจรปิด เสื้อผ้า และรองเท้าแตะที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ พ.ต.ท.ชิตเดชา เปิดเผยว่า เมื่อกลางดึกวันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนรายหนึ่ง เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ว่าถูก 2 สาวประเภทสองที่รวมตัวอยู่บริเวณชายหาดพัทยา ตรงข้ามซอย 13 ถนนเลียบชายหาดพัทยาใต้ ทำทีเข้ามารุมโอบกอด แล้วชวนพูดคุยตีสนิท เพื่อชักชวนไปร่วมหลับนอน จนกระทั่งผู้เสียหายเริ่มเคลิ้ม แต่จู่ๆ 2 สาวประเภทสองดังกล่าวกลับผละหนีไปดื้อๆ เมื่อตรวจสอบทรัพย์สินปรากฏว่าสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท พร้อมพระเลี่ยมทองหนัก 50 สตางค์ หายไปจากคอตัวเอง และสงสัยว่าจะเป็นฝีมือของทั้งคู่ ต่อมาตำรวจออกตรวจสอบภาพวงจรปิดที่อยู่ใกล้เคียง และตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายน่าจะใช้ จนได้ภาพหลักฐานค่อนข้างชัดเจน ทั้งรูปพรรณคนร้าย เสื้อผ้า รวมถึงรองเท้าแตะที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ จึงขออำนาจศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับ (ตามภาพถ่าย) ที่ 263-264/2559 ลงวันที่ 29 ก.ค.59 จากนั้นจึงตระเวนหาหลักฐานและสอบปากคำพยานเพิ่มเติม จนมั่นว่าผู้ก่อเหตุคือ นายชยารัตน์ หรือแพท กับนายอิทธิพล หรือมอส เลยออกแกะรอยตามหาทั้งในเมืองพัทยา และจังหวัดภูเก็ต สถานที่ที่ทั้งคู่เคยไปบ่อยๆ โดยใช้เวลาอยู่นานนับเดือน จนกระทั่งความพยายามก็ประสบความสำเร็จ เมื่อสามารถตามไปรวบตัว นายชยารัตน์ ได้ที่บ้านเลขที่ 14/140 ซอยทุ่งกลม-ตาลหมัน 5/1 ในเขตเทศบาลเมืองหนองปรือ อ.บางละมุง ส่วนนายอิทธิพล กะเทยรุ่นน้อง ถูกจับได้ที่บ้านพักเลขที่ 55/31 ซอยเขาตาโล 9 ในเขตเทศบาลเมืองหนองปรือเช่นกัน ก่อนคุมตัวมาสอบสวนเบื้องต้นทั้งสองคนยังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

นอกจากนี้ ยังได้เช็กประวัติของนายอิทธิพล พบว่ามีหมายจับค้างเก่าในคดีลักษณะเดียวกันนี้เมื่อปีที่แล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหาเพิ่มเติมก่อนส่งตัว 2 ผู้ต้องหาสาวประเภทสอง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ฮือฮาใกล้หวยออก!! ต้นขี้เหล็ก 500 ปี ชาวบ้านเห็นใบหน้าพระพุทธเจ้าปรากฏ-เฮได้เลขเด็ด

 วันที่ 31 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านแจ้งว่าที่บ้านสันป่างิ้ว หมู่ 12 ต.บ้านต๋อม อ.เมือง จ.พะเยา ได้พากันไปกราบไหว้ศาลเสี้ยวบ้าน บริเวณวัดทองแสงขันธ์ ซึ่งเป็นวัดร้างโบราณท้ายหมู่บ้าน ซึ่งหลายครั้งที่ผ่านมาได้มีประชาชนเสี่ยงโชคขอเลขเด็ดหลายราย ก็มีโชคดีไปตามกัน จนขณะนี้ใกล้วันหวยออก วันที่ 1 กันยายน 2559 ชาวบ้านจึงได้พากันนำดอกไม้ ธูป เทียน ไปกราบไหว้ขอเสี่ยงโชคกับศาลเสี้ยวบ้านใต้ต้นไม้ใหญ่ ซึ่งเป็นต้นขี้เหล็กอายุกว่า 500 ปี เนื่องจากต้นขี้เหล็กดังกล่าว มีลักษณะพิเศษ คือ ที่ต้นขี้เหล็ก บริเวณผิวของลำต้น ชาวบ้านมองเห็นว่ามีลักษณะคล้ายใบหน้าของพระพุทธเจ้าติดอยู่กับลำต้น ทำให้ชาวบ้านต่างฮือฮา แห่มาตีเป็นเลขเด็ดต่างๆ นานา เช่น 48 487 นายฉลองชัย ธิศรีไชย อายุ 61 ปี อยู่หมู่ 12 ต.บ้านต๋อม อ.เมือง จ.พะเยา กล่าวว่า ตนและภรรยาพร้อมด้วยเพื่อนบ้าน ได้ชวนกันมาขอโชคเลขเด็ดกับศาลเสี้ยวบ้านซึ่งเป็นที่เคารพของหมู่บ้านแห่งนี้ โดยเฉพาะต้นขี้เหล็กที่มีอายุยาวนานกว่า 500 ปีมาแล้ว อีกทั้งที่พิเศษไม่เหมือนที่แห่งใด คือ ผิวรอบลำต้นมีลักษณะคล้ายใบหน้าของพระพุทธเจ้า ทำให้เชื่อกันว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์ คนที่นำดอกไม้ ธูป เทียน หรือเครื่องเซ่นไหว้มาสักการะ จะมีโชคดีแตกต่างกันออกไป บ้างได้เลขเด็ด 2 ตัว 3 ตัว ขึ้นอยู่กับผู้ที่เสี่ยงทายหรือมองให้ออกเป็นเลขใด “ต้นขี้เหล็กต้นนี้ถือว่าเกิดขึ้นมาคู่กับวัดทองแสงขันธ์ แต่ปัจจุบันวัดได้กลายเป็นวัดร้างไปนานแล้ว เหลือเพียงเศษอิฐ ปูน และเขตแนวเดิมที่ยังพบร่องรอยอยู่บ้าง ชาวบ้านจึงได้พากันรักษาและอนุรักษ์เขตวัดไว้ พร้อมกับได้สร้างศาลเสี้ยวบ้านไว้ใต้ต้นขี้เหล็กที่มีรูปคล้ายใบหน้าพระพุทธเจ้าติดอยู่กับลำต้นจนถึงปัจจุบัน และได้มีผู้คนจากในและนอกพื้นที่จังหวัดพะเยามาเสี่ยงขอโชคลาภกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะวันใกล้หวยออก” นายฉลองชัย กล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

ชาวเน็ตรัสเซียสวดยับ หนุ่มทำออรัลเซ็กซ์ให้สาวกลางผับ จนรปภ.สุดทน-เชิญออกทั้งคู่

เว็บไซต์ ไลฟ์ ของรัสเซียเผยแพร่คลิปที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง โดยเหตุนี้เกิดขึ้นในผับแห่งหนึ่งเมืองวลาดีวอสต็อก ทางตะวันออกไกลของรัสเซีย เมื่อค่ำวันที่ 27 ส.ค.  เป็นภาพของหนุ่มขณะก้มทำออรัลเซ็กซ์ให้ผู้หญิงคนหนึ่งในผับอย่างไม่แคร์สายตาคนอื่น โดยทำแบบนั้นอยู่หลายนาที กระทั่งรปภ.ของผับเห็นเข้า จึงเชิญทั้งคู่ออกไปโดยลูกค้ารายหนึ่งถ่ายคลิปไว้ได้แล้วแชร์ในทวิตเตอร์ จนชาวโซเชี่ยลรัสเซียรุมวิจารณ์กันอย่างหนักหน่วงถึงความไม่เหมาะสมคลิปช่วงรปภ.ของผับมาห้ามแล้วเชิญทั้งคู่ออกจากร้านไปทันที

ที่มา>>>ข่าวสด

ทำทางจักรยานทับท่อระบายน้ำ อีกหนึ่งสาเหตุน้ำท่วม!?

วันที่ 29 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรายหนึ่งแชร์ภาพที่ระบุว่า เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ถนนน้ำท่วมง่าย น้ำระบายได้ช้า โดยเป็นภาพจากบริเวณถนนโพธิ์ศรี ช่วงหน้าพิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี อ.เมือง จ.อุดรธานี ที่มีการแบ่งเลนถนนส่วนหนึ่งเป็นเลนจักรยาน แต่มีการเททางจักรยานทับท่อระบายน้ำถึงครึ่งหนึ่ง ทำให้น้ำฝนไหลลงท่อไม่สะดวก โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ Payak Kullaya โพสต์ภาพชุดดังกล่าวระบุว่า “หนึ่งในสาเหตุที่น้ำท่วมง่าย ระบายช้า ก็เล่นปิดฝาท่อระบายเกินครึ่งแบบนี้ไง” ด้านผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นหลากหลาย บ้างก็ว่าเป็นเพราะเลนจักรยานทำให้น้ำท่วมง่ายขึ้น ขณะที่หลายคนแย้งว่าน้ำท่วมง่ายตั้งแต่ก่อนที่จะมีเลนจักรยานแล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

ชาวประมงเกาะช้างพลิกวิกฤตช่วงมรสุม นำเรือหางยาวจับกุ้งแชบ๊วยได้วันละ100ก.ก.

 เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ชาวประมงพื้นบ้านคลองสนหมู่ 3 ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด อาศัยโอกาสช่วงมรสุมที่มีคลื่นลมแรง นำเรือหางยาวออกจับกุ้งแชบ๊วยและกุ้งขาว บริเวณปากอ่าวคลองสน หลังพบกุ้งแชบ๊วยและกุ้งขาวมาเป็นฝูงขนาดใหญ่ที่บริเวณดังกล่าวจำนวนมาก โดยชาวประมงพื้นบ้านจะนำอวนพร้อมเรือหางยาว ไปวางในทะเลช่วงที่เห็นว่ามีฝูงกุ้งจับกลุ่มกันบริเวณผิวน้ำ โดยมีทั้งวางในช่วงกลางคืนและในช่วงเช้า เมื่อดึงอวนขึ้นมาจะมีกุ้งแชบ๊วยและกุ้งขาวติดอวนขึ้นมาจำนวนมาก ก่อนจะนำอวนขึ้นเรือเข้าฝั่ง ซึ่งพบว่าชาวบ้านสามารถจับกุ้งได้ลำละประมาณ 30-100 ก.ก. ซึ่งเป็นกุ้งแชบ๊วยขนาดใหญ่และกุ้งขาวจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีปลาหลายชนิดติดอวนมาด้วย ทำให้ชาวบ้านมีรายได้เฉลี่ย 1,000-2,000 บาทต่อวัน นายวรวัฒน์ สนนิวาสสรดี อายุ 50 ปี ชาวประมงพื้นบ้านคลองสน กล่าวว่า ช่วงประมาณปลายเดือนส.ค.-พ.ย.ของทุกปี จะมีกุ้งทะเล เช่น กุ้งขาว กุ้งแชบ๊วย ว่ายมากับกระแสคลื่นมาบริเวณอ่าวคลองสน และย่านหาดทรายขาวของเกาะช้างจำนวนมาก ซึ่งในปีนี้ฝูงกุ้งดังกล่าวมาเร็วกว่าทุกปี ตั้งแต่เริ่มเข้าสู่มรสุมเป็นต้นมา ช่วงที่มีคลื่นลมแรงและน้ำในทะเลขุ่น ก็จะพบฝูงกุ้งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยชาวประมงพื้นบ้านที่มีเรือไฟเบอร์ขนาดกว้าง 1 เมตร ยาวประมาณ 3-4 เมตร ติดตั้งเครื่องหางยาว จะนำอวนออกไปวางในทะเลเพื่อจับกุ้ง ซึ่งวันนี้ตนเองจับได้กุ้งแชบ๊วยและกุ้งขาวได้ประมาณ 40-50 ก.ก. โดยจะมีพ่อค้า-แม่ค้า และเจ้าของโรงแรม-รีสอร์ท-ร้านอาหาร มารับซื้อถึงบ้านในราคาก.ก.ละ 250 บาท

ที่มา>>>ข่าวสด

ขายดีถึงกับต้องแจกบัตรคิว ขนมโตเกียวเมืองสุรินทร์ แม่ค้าฟันกำไรวันละเกือบหมื่นบาท

วันที่ 26 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่หน้าธนาคารกสิกรไทย สาขาสุรินทร์ พบผู้คนจำนวนมากต่างพากันเข้าแถวรอหลังรับบัตรคิวจากร้าน “สตังค์” ขนมโตเกียว โดยมีนางเจนจิรา เรืองโรจน์ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42 บ้านโคกมะเมียน หมู่ 9 ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ เป็นเจ้าของร้าน ซึ่งเป็นรถเข็นพ่วงติดเตาทำขนม  โดยพบมีการนำบัตรจอดรถยนต์ สีเหลือง ที่หาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป มาฉีกแยกลูกค้าหรือให้ลูกค้ามาฉีกเอาเอง เป็นหลักฐานบัตรคิวตามลำดับ เพื่อรอรับขนมโตเกียวที่สั่งไว้ โดยจำหน่ายไส้เค็ม 15 บาท พิเศษ 25 บาท ไส้หวาน 15 บาท และ แพนเค้ก 5 บาท สร้างรายงามกว่าวันละ 7,000 บาทจากการสังเกตพบว่าลูกค้าส่วนใหญ่มีทุกสาขาอาชีพ ทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ ต่างกำบัตรคิวรอประมาณเกือบ 1 ชม.ถึงจะได้รับขนมโตเกียวที่สั่งไว้ หลากหลายอริยาบถ เพื่อชิมความอร่อย นานแค่ไหนก็รอได้เสมอ ไม่ว่าจะยืนรอ นั่งรอ หรือ บางรายฉลาดหน่อยซิ่งรถจยย.มาฉีกบัตรคิวไว้ก่อน แล้วสั่งทิ้งไว้ โดยระบุเวลามารับขนมโตเกียวนายรุ่งศักดิ์ กิจประสงค์ ลูกค้าขาประจำ กล่าวว่า ตนได้คิวที่ 18 มารอตั้งแต่เวลา 10.00 น.ตอนนี้เกือบเวลา 11.00 น. ขนมโตเกียวร้านนี้อร่อย นานแค่ไหนก็รอได้ เป็นลูกค้าขาประจำมาสักพักหนึ่งแล้ว ถือว่าเป็นร้านขนมโตเกียวเจ้าแรกของ จ.สุรินทร์ ที่มีการแจกบัตรคิว แล้วให้ลูกค้ารอ รสชาติอร่อย ราคาไม่แพง ให้เยอะมาก คนกินคุ้ม ตนชอบสั่งพิเศษ ราคา 25 บาทนายวรายุทธ อาษายุทธ ลูกค้าขาประจำอีกราย กล่าวว่า ตนเป็นลูกค้ารายแรก ไม่งงที่มีการแจกบัตรคิว เพราะแรกๆ ยังไงก็ไม่มีการแจกบัตรคิวให้ลูกค้า ก็เพิ่งมาเห็นตอนหลังเพราะว่ารอคิวมันนาน ต้นเดือนที่ผ่านมาเริ่มมีการแจกบัตรคิว ตนก็มาสั่งตลอดก็ไม่เคยได้ เพิ่งมาสั่งรอบนี้แหละถึงได้กิน รสชาติ อร่อย นุ่ม ไส้เยอะมาก ส่วนตนชอบไส้รวม มี เนื้อหมู ไข่นกกระทา ฮอตด็อก อร่อยมาก ถ้าอยากลองมาชิมสามารถมาซื้อได้ที่ด้านหน้าธนาคารกสิการไทย สำนักงานใหญ่  ใกล้วงเวียนน้ำพุสุรินทร์ด้าน นางเจนจิรา เจ้าของร้าน กล่าวว่า ตนเริ่มต้นจากเป็นสาวโรงงานบริษัท ส.ขอนแก่น ได้เงินเดือนพอสมควร แต่ค่าใช้จ่ายสูง แม่ไม่สบายบ่อยเลยหอบลูก 3 คน และสามี กลับมาอยู่บ้านที่ จ.สุรินทร์ ถ้าเกิดจะทำงานรับจ้างเขา คิดว่าถ้าเวลาแม่และลูกไม่สบาย ต้องลางานมาดูแล ไม่อยากลางานบ่อย และผลเสียกับตัวเราคือเงินไม่พอใช้ ต้องจำเป็นใช้จ่ายทุกวัน ก็เลยคิดค้าขายดีกว่า ทีแรกเริ่มต้นจาการขายลูกชิ้น แต่ว่ากำไรน้อย ขายแล้วเงินไม่พอใช้ เคยไปยืนดูเขาขายขนมโตเกียว เห็นว่าอาชีพนี้ ขายง่าย ขายดี แต่ตอนนั้นเป็นความคิดว่าเราจะขายเฉยๆ ไม่คิดว่าจะได้มาขายหรือขายดีเหมือนทุกวันนี้“ตอนนั้นคิดเพียงว่าอยากขาย และคิดว่าทำอย่างไรจะขายได้ คิดไปและขายลูกชิ้นไปด้วย เริ่มศึกษาสูตรการทำขนมโตเกียว มากว่า 2 ปี หลังกลับมาอยู่บ้าน  ขายขนมโตเกียว เพิ่งมาแจกบัตรคิว ได้ประมาณเดือนสองเดือนนี้ เพราะว่าลูกค้าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ บางคนมีหงุดหงิด สั่งก่อนนะ ทำไมไม่ได้ ลูกค้าบางคนก็นั่งรอนาน”

นางเจนจิรา กล่าวต่อว่า เริ่มต้นขายขนมโตเกียวไม่มีทุนแม้แต่บาทเดียว ก็เลยโทรศัพท์หาย่า แล้วบอกว่า อยากขายโตเกียว ย่าให้เงินมาทำทุน 5,000 บาท จึงไปซื้อเตามาโดยที่ไม่มีอะไรเลย สูตรเริ่มจาการทดลอง และศึกษาจากอินเตอร์เน็ตส่วนหนึ่ง ประสบการณ์ที่เคยทำงานอยู่กับโรงงานขนมปัง ก็พอมีความรู้เกี่ยวกับแป้ง วิธีการผสม ก็เลยเอาตรงนั้นมาใช้ประโยชน์ ทุกวันขายขนมโตเกียวมีรายได้กว่าวันละ 7,000 บาท แจกคิวสูงสุด 170-180 ต่อวัน ในแต่ละวันตื่นตั้งแต่ตี 3 สามีไปจ่ายตลาด หาซื้อของ และมาช่วยกันเตรียมของ ซอยฮอตด็อก ซอยของ เพื่อทำไส้ต่างๆ และสามีก็จะทยอยทำมาส่งให้เพิ่มเติมเรื่อยๆเพราะสามีจะช่วยเลี้ยงลูกๆอยู่ที่บ้าน  เปิดขาย จันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่ 09.00 น.- 20.00 น.

ที่มา>>>ข่าวสด

วอนขอความช่วยเหลือชายใบหน้าผิดปกติแต่กำเนิดไม่มีเงินรักษา!

วันที่ 25 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโลกออนไลน์แชร์เรื่องราวของชายคนหนึ่ง ที่มีใบหน้าผิดปกติตั้งแต่กำเนิด ไม่มีเงินทำศัลยกรรมผ่าตัด พักอาศัยอยู่ย่านวังทองหลาง กรุงเทพฯ โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ Melony Melon โพสต์รูปพร้อมข้อความระบุว่า

พอดีนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ มีพี่สาวคนนึงมาบอกว่า ช่วยแชร์เรื่องของพี่คนนี้หน่อย พี่เขาน่าสงสาร พี่เขาชื่อ สยมพร อุดมทัศนี อายุ 44 ปี เขาเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เกิด กินข้าวก็ลำบาก อยากผ่าตัดแต่ไม่มีตังค์ มันก็โตมาเรื่อยๆ ไปปรึกษาหมอ หมอบอกว่าถ้าผ่าตัดตายอย่างเดียวแต่ศัลยกรรมได้ แต่พี่เขาไม่มีตังค์ พี่เขาอยากเป็นพนักงานขับรถ หาเงินเลี้ยงพ่อ ใครอยากช่วยเหลือ ติดต่อไปตามที่อยู่นี่ได้ค่ะ 293/43 รามคำแหง 21 เขตวังทองหลาง

ที่มา>>>ข่าวสด

จะสงสารหรืออะไรดี? สาวเวียดนามลงทุนให้เพื่อนตัดแขน-ขา หวังเงินประกัน สุดท้ายไม่ได้อะไร

เมื่อวันที่ 25 ส.ค. เว็บไซต์ข่าวธานเนียนของเวียดนาม รายงานคดีน่าตกตะลึงในประเทศเวียดนาม เมื่อหญิงสาวว่าจ้างเพื่อนให้มาตัดแขนและขาตัวเอง หวังเคลมเงินประกัน แต่สุดท้ายต้องเสียทั้งแขนทั้งขา เสียทั้งเงิน จนตำรวจไม่เอาความ อีกทั้งไม่มีกฎหมายรองรับการโกงเงินประกันด้วยการทำร้ายตัวเองแบบนี้หญิงสาวผู้ก่อเหตุ

คดีดังกล่าวถือเป็นคดีที่หาได้ยากมาก ทำให้ชาวเวียดนามวิพากษ์วิจารณ์คดีนี้อย่างเผ็ดร้อนในโลกออนไลน์ ว่าคนเราสิ้นไร้ไม้ตอกจนต้องทำตัวเองถึงขั้นนี้หรือไม่ โดยมีกลุ่มทั้งที่เห็นใจและกลุ่มประณาม รวมถึงคนที่เห็นว่าควรต้องปรับปรุงกฎหมายเพื่อเอาผิด

ผู้ก่อเหตุในคดีนี้ชื่อนางสาวลี่ ตี่ งึน อายุ 30 ปี ให้ปากคำรับสารภาพกับตำรวจว่า ว่าจ้างเพื่อนชื่อ โด๋น หวัน ดี อายุ 21 ปี เป็นเงิน 76,000 บาท ให้ช่วยตัดแขนช่วงข้อมือของตัวเองทิ้ง เพื่อที่ตนจะได้เงินจากบริษัทประกันชีวิต 150,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5 ล้านบาท หลังจากนำเงินไปลงทุนเปิดร้านแล้วขาดทุนหนักเพื่อนที่ตัดแขน-ขาให้ ลงชื่อที่สถานีตำรวจ

เหตุดังกล่าวปรากฏเป็นคดีความตั้งแต่วันที่ 5 พ.ค.ปีนี้ เมื่อตำรวจในกรุงฮานอย ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลว่ามีหญิงสาวมาเข้ารับการรักษาถูกรถไฟเฉี่ยว ดึงกระชากตัวเข้าไป จนแขนซ้ายและขาซ้ายมีบาดแผลเหวอะ ส่วนโด๋นทำทีเป็นผู้ที่เดินผ่านมาพบนางลี่แขนขาด และโทรศัพท์เรียกรถพยาบาล  แพทย์พยายามต่อชิ้นส่วนอวัยวะทั้งสองให้ แต่นำออกใน 4 วันจากนั้นหลังจากเนื้อตายเน่ารางรถไฟในกรุงฮานอย

ต่อมาตำรวจสอบสวนพบพิรุธว่าทั้งสองรู้จักกันมาก่อน จึงสืบต่อไปจนพบว่าหญิงสาวทำธุรกิจเจ๊ง และทำร้ายตัวเองเพื่อจะได้รับประโยชน์จากเงินประกันที่ซื้อไว้ในมูลค่าสูง

เล วาน หลวน จากสมาคมทนายความฮานอย กล่าวว่า คงเป็นเรื่องยากที่จะหากฎหมายที่เหมาะสมในการตั้งข้อหาบุคคลทั้งสอง เพราะคดีนี้เป็นคดีสะเทือนขวัญที่หาได้ยากยิ่ง

ที่มา>>>ข่าวสด

ฝนถล่มร้อยเอ็ด น้ำทะลักท่วมโรงพยาบาล อพยพวุ่นทั้งคนไข้-เจ้าหน้าที่

วันที่ 24 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตั้งแต่ช่วงเวลา 22.00 น.-05.00 น.ของคืนที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักใน จ.ร้อยเอ็ด โดยเฉพาะในตัวเมือง ส่งผลให้ถนนทุกสายระดับน้ำสูง 50-80 ซ.ม. สถานที่ราชการทุกแห่งน้ำท่วมสูง หนักสุดที่โรงพยาบาลร้อยเอ็ดน้ำทะลักเข้าภายในทุกพื้นที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งอพยพผู้ป่วยขึ้นที่สูงนอกจากนี้ถนนแทบทุกสายรอบๆ ตลาดโต้รุ่งทุ่งเจริญเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ถนนรอบบึงพลาญชัย และถนนเพลินจิต รวมทั้งตรอกซอกซอยมีน้ำท่วมสูง ทำให้ประชาชนออกไปทำธุระนอกบ้านไม่ได้ เนื่องจากอากาศหนาวเย็นและลมกระโชกแรงด้านนพ.เกรียงไกร โกวิทางกูร ผอ.โรงพยาบาลร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า เวลาประมาณ 03.00 น. มีฝนตกหนักโดยเฉพาะในโรงพยาบาล ทำให้ระบายน้ำไม่ทัน อีกทั้งมวลน้ำจากด้านนอกโรงพยาบาลที่มีปริมาตรสูงไหลเข้าในโรงพยาบาลที่มีระดับต่ำกว่า ทำให้ท่วมอาคารผู้ป่วยแม่ปลั่ง (จิตเวช) คลังกายอุปกรณ์ งานซักฟอกและตัดเย็บ แฟลตพักเจ้าหน้าที่ 3,4 และท่วมโรงรถ ซึ่งอยู่ในบริเวณที่มีระดับพื้นที่ต่ำ ตนจึงเร่งระดมเจ้าหน้าที่ให้เคลื่อนย้ายผู้ป่วย เจ้าหน้าที่ และทรัพย์สินไปในสถานที่ที่ปลอดภัยกระทั่งเวลา 07.30 น. มีหน่วยงานภายนอกร่วมดำเนินการแก้ไข คือป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 6 ขอนแก่น ในการสูบน้ำออกนอกโรงพยาบาล และได้รับการสนับสนุนทหารจากทหารมณฑลทหารบกที่ 27  จำนวน 30 นาย ในการขนย้ายสิ่งของ และทรัพย์สินของทางราชการสถานการณ์ กระทั่งเข้าสู่สภาวะปกติในเวลา 10.30น.ขณะที่นายณัฐ เอกก้านตรง ผอ.สถานีอุตุนิยมวิทยาร้อยเอ็ด รายงานลักษณะอากาศทั่วไปวันนี้ ว่าความกดอากาศต่ำพาดผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ทำให้เกิดฝนตกหนักมากใน จ.ร้อยเอ็ด โดยเฉพาะในตัวเมือง วัดปริมาณน้ำฝนได้ 150.3 มิลลิเมตร สำหรับสภาพลมฟ้าอากาศ ที่บริเวณจ.ร้อยเอ็ด วันนี้มีเมฆมาก โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 80 ของพื้นที่ และตกอย่างต่อเนื่องไปอีกหลายวัน ขอให้ประชาชนระมัดระวังลมกรรโชกแรง ขับรถระวังถนนลื่นเกิดอุบัติเหตุ อย่าออกนอกบ้านขณะฝนตก ในพื้นที่โล่งแจ้งหรือใต้ต้นไม้ใหญ่อาจโดนฟ้าผ่าได้

ที่มา>>>ข่าวสด

คลิปนาทีเจดีย์โบราณพังครืน เพราะแผ่นดินไหวที่พม่า เผยวัดเก่าแก่ 60 แห่งเสียหาย

  เพจ The Irrawaddy – English Edition รายงานภาพความเสียหายของเจดีย์เก่าแก่และวัดโบราณในเมืองพุกาม หลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.8 เมื่อตอน 17.04 น. ตามเวลาท้องถิ่นของพม่า โดยพบว่ามีวัดโบราณได้รับความเสียหายกว่า 60 แห่งทีเดียว

ผู้สื่อข่าวบีบีซีแผนกภาษาพม่ารายงานว่า เหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.8 แม็กนิจูด ซึ่งเกิดขึ้นทางตอนกลางของประเทศในวันนี้ (24 ส.ค.) ได้ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1 รายที่เมืองปะก็อกกู และทำให้เกิดความเสียหายต่อหมู่เจดีย์ที่เมืองพุกามจำนวนมาก ซึ่งหมู่เจดีย์นี้เป็นโบราณสถานและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ โดยภาพวิดีโอที่มีผู้นำมาเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย แสดงให้เห็นฝุ่นฟุ้งตลบหลังยอดเจดีย์บางแห่งพังถล่มลงมาเจ้าหน้าที่สำนักงานโบราณคดีของเมืองพุกาม ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า มีเจดีย์อย่างน้อย 66 แห่งได้รับความเสียหาย และขณะนี้ทางสำนักงานยังคงประเมินความเสียหายไม่แล้วเสร็จ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ามีบ้านเรือนได้รับความเสียหายในหลายเมือง รวมทั้งอาคารรัฐสภาในกรุงเนปิดอว์ และเจดีย์โบราณในรัฐยะไข่ด้วยก่อนหน้านี้ สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ได้รายงานว่าเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.8 แม็กนิจูด ทางตอนกลางของประเทศเมียนมา โดยมีศูนย์กลางห่างออกไปทางตะวันตกของเมืองเมกถิลา 143 กิโลเมตร แรงสั่นสะเทือนดังกล่าวสามารถรู้สึกได้ในทางตะวันออกของอินเดีย และทางตอนเหนือของประเทศไทย รวมทั้งในกรุงเทพมหานครสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานความคืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 6.8 แมกนิจูดในประเทศพม่าว่า เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวในพม่าอย่างน้อย 1 ราย เป็นชายที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้กับศูนย์กลางแผ่นดินไหว โดยนายฮัน ซอว์ วิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากเขตมาเกว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวเปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตเป็นชายวัย 22 ปีที่ถูกที่พักพังถล่มลงมาทับระหว่างเกิดแผ่นดินไหว ขณะที่มีรายงานเด็กหญิง 2 คนเสียชีวิตจากเหตุริมฝั่งแม่น้ำถล่มที่เมืองเยนันเชิง ตอนใต้ของเมืองชอคนอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ที่เมืองพุกาม ซึ่งอยู่ห่างจากศูนย์กลางแผ่นดินไหวราว 30 กิโลเมตร เปิดเผยว่า มีเจดีย์หลายแห่งได้รับความเสียหาย และบางแห่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก นอกจากนี้ ยังมีนักท่องเที่ยวสเปนผู้หญิงคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เนื่องจากหล่นลงมาจากวัดแห่งหนึ่งขณะกำลังดูพระอาทิตย์ตก

 เจ้าหน้าที่ทางการพม่า ได้ส่งหน่วยกู้ภัย และ เจ้าหน้าที่ ร่วมกันค้นหาผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในพื้นที่ภาคกลาง โดยเฉพาะ เมืองพุกาม เมืองมะกุย และจังหวัดใกล้เคียง ที่น่าจะมีความเสียหายมาก โดยมีทั้งเจดีย์ ที่อยู่อาศัย บ้าน วัด ตึกสูง ซึ่ง รัฐบาลเมียนมาร์ได้ระดมหน่วยกู้ภัยออกไปค้นหาผู้เสียหายแล้ว โดยมีรายงานว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก และพบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก ไม่น้อยกว่า 5 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงพยายามค้นหาซากตึก ที่พังลงมา ทำให้มีคนติดอยู่ในตัวอาคาร

ที่มา>>>ข่าวสด