นครพนมยังจมน้ำทะลัก 2 อำเภออ่วม ทหารเรือช่วยทารกหลังคลอดกลับบ้านหวุดหวิด

กองทัพเรือโดยศูนย์บรรเทาสาธารณภัยหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (ศบภ.นรข.) รุดให้ความช่วยเหลือเด็กแรกเกิดจากอุทกภัยน้ำท่วมอ.นาแกได้อย่างหวุดหวิด

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. กองทัพเรือ โดยพล.ร.ต.วราห์ แทนขํา ผบ.นรข.ในฐานะ ผอ.ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง(ผอ.ศบภ.นรข.) ส่งกำลังพลเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ประสบอุทกภัย ประกอบด้วยพื้นที่ บ้านนาขาม หมู่ 4 หมู่ 7 ตำบลวังยาง อำเภอวังยาง จังหวัดนครพนม

ที่บ้านเรือนประชาชนประสบภัยน้ำท่วมกว่า 200 หลังคาเรือน ประชาชนเดือดร้อนกว่า 1,000 คน ถนนภายในหมู่บ้านโดนน้ำท่วมสูงประมาณ 1.20 เมตร ไร่นาน้ำท่วมเสียหายประมาณ 1,000 ไร่ ต้องเร่งอพยพคน ขนย้ายสิ่งของที่จำเป็นออกมาไว้ที่ โรงเรียนบ้านนาขาม ที่บ้านผักขะย่า และบ้านโนนแดง อำเภอวังยาง จังหวัดนครพนม มีน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชน 70 หลังคาเรือน ประชาชนเดือดร้อนกว่า 600 คน

ถนนมีน้ำท่วมสูงประมาณ 0.3 เมตร ไร่นาน้ำท่วมเสียหายประมาณ 700 ไร่ เร่งนำกำลังพลขนย้ายสิ่งของที่จำเป็นขึ้นไว้ในที่ปลอดภัย ในพื้นที่ บ้านดอนคราม ตำบลก้านเหลือง อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม มีน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า 300 หลังคาเรือน มีน้ำท่วมขัง 70 หลังคาเรือน ประชาชนเดือดร้อนกว่า 600 คน ถนนมีน้ำท่วมสูง 2 เมตร ไร่นาเสียหายกว่า 600 ไร่ จัดกำลังพลอพยพคนจากบ้านที่ถูกท่วมขังได้ทั้งหมด

พร้อมขนย้ายสิ่งของที่จำเป็นขึ้นไว้ชั้นบนของบ้านเรือนเพื่อความปลอดภัย พร้อมสั่งการให้สถานีเรือมุกดาหาร มอบน้ำดื่ม 50 โหล ให้กับศูนย์ช่วยเหลือ จังหวัดมุกดาหาร และจัดกำลังพลร่วมรับของบริจาค และนำของบริจาคเข้าให้ความช่วยเหลือ จัดกำลังพลและเรือท้องแบน เข้าให้การช่วยเหลือบริการประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน จากการเดินทางสัญจรผ่านเข้า-ออกหมู่บ้านในพื้นต่างๆ อีกด้วย

ล่าสุดนำกำลังพลเข้าให้ความช่วยเหลือแม่และเด็กแรกเกิดที่เพิ่งเดินทางกลับจากรพ.และมาประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ ไปไว้ยังที่ปลอดภัยได้อย่างหวุดหวิดอีกด้วย ซึ่งการปฏิบัติต่างๆ เหล่านี้เป็นไปตามคำสั่งของ พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร. ที่ให้กำลังพลของทุกหน่วยของกองทัพเรือที่อยู่ใกล้พื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม เข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในทันที ตามคำขวัญที่ว่า “ทหารเรือจะไม่ทิ้งประชาชน”

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

ตกใจ! ปะการังใต้น้ำทะเลกระบี่ขาวโพลน ‘ดร.ธรณ์’ หารือวาง3มาตรการแก้ด่วน

เครดิตภาพ โดย ทีมวิจัยของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่ เกาะพีพี

‘ดร.ธรณ์’ เผยหลังสำรวจปะการังในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี พบปะการังฟอกขาวเกิดทุกพื้นที่ หมู่เกาะปอดะ ทะเลแหวกวิกฤติสุดถึง 90% เสนองดดำน้ำ 5 จุดที่เสียหาย ปิดกั้นคนเข้าพื้นที่ วอนไม่ปล่อยของเสียลงทะเล…

เมื่อวันที่ 25 พ.ค.2559 ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองอธิการบดี ม.หาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเป็นนักวิชาการทางทะเลชื่อดัง กล่าวว่า ภายหลังจากที่ได้ลงสำรวจปะการังในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี และนักอนุรักษ์ในท้องถิ่น พบว่าปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวเกิดทุกพื้นที่ โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ปานกลางไม่เกิน 50 เปอร์เซ็นต์พบที่หมู่เกาะพีพีกระจายอยู่ทั่วไปประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ ระดับรุนแรง พบในหมู่เกาะพีพี 20 เปอร์เซ็นต์ และระดับวิกฤติพบในหมู่เกาะปอดะ ทะเลแหวกประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ที่หมู่เกาะปอดะ ทะเลแหวก พบปพการังฟอกขาวระดับวิกฤติถึง 90%

นักวิชาการทางทะเล กล่าวต่อว่า กรณีที่เกิดขึ้นจำเป็นที่จะต้องหามาตรการในการรับมือ ฟื้นฟู โดยหลังการสำรวจก็ได้หารือกับผู้ประกอบการทั้งภาครัฐ และเอกชนในท้องถิ่นได้ข้อสรุปออกมา 3 มาตรการ คือ งด ลด และควบคุม โดยงด คือการงดดำน้ำ 5 จุด ประกอบด้วย แนวปะการังน้ำตื้นที่ทะเลแหวก เกาะปอดะ และที่หมู่เกาะพีพี ลด 2 จุด โดยขอความร่วมมือไม่ให้เข้าไปในพื้นที่ และ ควบคุม ทุกพื้นที่จะมีการขอความมือผู้ประกอบการไม่ให้เข้าไปหากไม่จำเป็นหรือเลี่ยง ไปยังจุดอื่นที่ยังมีอยู่อีกหลายพื้นที่สภาพของแนวปะการังที่เกิดการฟอกขาว

ดร.ธรณ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนั้นยังได้หารือขอความร่วมมือ เพื่อรักษาระบบนิเวศ คือ ไม่กินฉลาม ไม่ขายปลานกแก้ว จัดการระบบน้ำเสียไม่ให้ไหลลงทะเล ซึ่งขณะนี้หน่วยงานท้องถิ่นกำลังดำเนินการอยู่ ขอความร่วมมือไม่ทิ้งขยะ และในเขตอุทยานห้ามใช้กล่องโฟม แต่ให้ใช้กล่องกระดาษแทน และอุทยานดูแลจัดการทุ่นจอดเรือ ทุ่นดำน้ำตื้น และทุ่นบอกแนวเขตกรณีห้ามเรือเข้าเพื่อให้ปะการังฟื้นตัวขึ้นมาเหมือนกับ เกาะยูง ที่ปิดไปก่อนหน้านี้ พบว่าไม่มีการฟอกขาวเพิ่ม สาเหตุก็เพราะไม่มีการรบกวนทั้งจากเรือและนักท่องเที่ยว.

ที่มา>>>Thairath

พายุฝนถล่มตรัง ต้นสนใหญ่หาดปากเมง โค่นทับบ้าน-รถยนต์พังเรียบ

พายุฝนกระหน่ำพื้นที่ จ.ตรัง ต้นสนใหญ่-เสาไฟแนวหาดปากเมง ล้มโค่นทับบ้านเรือน รถยนต์คนในพื้นที่-นักท่องเที่ยว เสียหาย 3 คัน และทำให้ 3 หมู่บ้านไฟดับ ขณะที่อ.ปะเหลียน ต้นไม้หักทับ จยย.คนเจ็บสาหัส 1…

เมื่อวันที่ 22 พ.ค. มีรายงานว่า พื้นที่หมู่ 4 ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง ได้เกิดพายุฝนตกหนักลมกระโชกแรง ทำให้ต้นสนขนาดใหญ่บริเวณหน้าร้านค้าริมหาดปากเมง หักโค่นลงมาทับสายไฟฟ้า และเสาไฟจนล้มลงขวางถนน ส่งผลให้การจราจรหน้าหาดติดขัดเป็นอัมพาตตลอดเส้นทาง และยังทับบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย รวมถึงรถยนต์ของชาวบ้านในพื้นที่ นักท่องเที่ยวชาวภูเก็ตและชาวต่างชาติได้รับความเสียหาย รวม 3 คันด้านนายวินัย ชูเสียงแจ้ว ผู้ใหญ่บ้าน เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้กระแสไฟฟ้าดับรวม 3 หมู่บ้าน ประกอบด้วย หมู่ 4 บ้านไม้ฝาด หมู่ 5 บ้านฉางหลาง และ หมู่ 7 บ้านนาหละ ต.ไม้ฝาด มีประชาชนและร้านค้า ร้านอาหารตลอดแนวหาดปากเมงได้รับผลกระทบไม่มีไฟฟ้าใช้ ประมาณ 300 หลังคาเรือน ทั้งนี้ได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่นำเครื่องจักรกลมาเคลียร์พื้นที่และขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขาตรัง ให้เร่งดำเนินการจ่ายกระแสไฟฟ้าผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการท่องเที่ยวทางทะเลที่ชายหาดปากเมง ยังคงมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากรอลงเรือเพื่อไปท่องเที่ยวตามหมู่เกาะต่างๆ ตามที่ได้จองทัวร์ไว้ล่วงหน้า เนื่องจากส่วนใหญ่เดินทางมาจากต่างจังหวัดไกลๆ และเรือจะออกสู่ทะเลเมื่อได้รับการยืนยันความปลอดภัย แต่มีนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งยกเลิกการท่องเที่ยวทะเลตรังในช่วงเช้าประมาณ 50%นอกจากนี้ ในเส้นทางไปบ้านปากคู-วัดส้มเฟือง หมู่ 1 ต.บางด้วน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง มีรายงานว่า เกิดพายุฝนตกหนักต้นไม้ล้มทับรถจักรยานยนต์มีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส 1 ราย ถูกนำส่ง รพ.ย่านตาขาว ขณะเดียวกันยังมีต้นไม้ล้มและบ้านเรือนพังเสียหายอีกหลายพื้นที่อีกด้วย.

ที่มา>>>Thairath

น้ำลดเรือติด บึงบอระเพ็ดแห้ง ประมงโอดหาปลาไม่ได้

ภัยแล้งพ่นพิษ บึงบอระเพ็ด น้ำลดนานกว่า 5 เดือน และยังลดต่อเนื่อง ชาวประมงออกหาปลาไม่ได้ โอด ท้องเรือติดก้นบึง หันเก็บสายบัวขายหารายได้ทดแทน

เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวประมงพื้นบ้านที่อาศัยอยู่รอบพื้นที่บึงบอระเพ็ด หมู่ 5 ต.พระนอน อ.เมืองนครสวรรค์ ไม่สามารถนำเรือออกไปหาปลาได้ตามปกติ หลังจากบึงบอระเพ็ด ประสบกับปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก น้ำแห้งจนเหลือติดก้นบึงเป็นบริเวณกว้างมานานหลายเดือน ขณะที่ปลาแต่ละชนิดที่เคยชุกชุมก็ลดจำนวนลงอย่างมากเช่นกัน

นายวิเชียร สังข์เหม ชาวประมงพื้นบ้าน กล่าวว่า บึงบอระเพ็ด น้ำลดลงจนเหลือแค่ก้นบึงมานานกว่า 5 เดือนแล้ว และยังคงลดลงต่อเนื่อง ทำให้ในขณะนี้ไม่สามารถเดินเรือออกไปหาปลาบริเวณกลางบึงอย่างที่เคยทำ เนื่องจากท้องเรือติดก้นบึงบอระเพ็ด ซึ่งชาวประมงพื้นบ้านหลายคนต่างก็ต้องหยุดจับปลาและจอดเรือทิ้งไว้ ทำให้ขาดรายได้ สร้างความเดือดร้อนให้อย่างมาก ส่วนตนเองก็ต้องดิ้นรนพยายามออกเรือไปเก็บสายบัวที่อยู่ริมบึงมาขายเพื่อสร้างรายได้เป็นการชั่วคราว ทั้งนี้คาดว่าในอนาคตอันใกล้ หากฝนยังไม่ตกลงมาหรือไม่มีน้ำเข้าบึงบอระเพ็ด พืชที่ยังพอหลงเหลืออยู่จะตายหมดอย่างแน่นอน.

ที่มา>>>Thairath